อาร์กอน (Argon Gas)
เลเซอร์แก๊ส (Laser Gas)
แก๊สที่ใช้ในงานตัดชิ้นงาน งานแกะสลัก งานเชื่อม สำหรับ CO2 Laser
ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์ถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ เช่น งานตัด (Laser Cutting) งานเชื่อม (Laser Welding) งานแกะสลัก (Laser Engraving) งานวิเคราะห์ และเครื่องมือทางการแพทย์บางประเภท
คำว่า LASER ย่อมาจาก Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation หมายถึงการขยายแสงด้วยกระบวนการปล่อยรังสีแบบถูกกระตุ้น ทำให้สามารถสร้างลำแสงที่มีความเข้มสูง มีทิศทางที่ชัดเจน และมีคุณสมบัติของแสงที่สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำ
Laser มีหลายประเภท โดยจำแนกได้ตามตัวกลางที่ใช้สร้างลำแสง เช่น Solid-State Laser, Semiconductor Laser และ Gas Laser ซึ่งหนึ่งใน Gas Laser ที่ถูกนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนานคือ CO₂ Laser
Laser Gas หรือ Lasing Gas คืออะไร?
Laser Gas หรือ Lasing Gas คือแก๊สหรือส่วนผสมของแก๊สที่ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวกลางในการสร้างลำแสงในระบบ Gas Laser
สำหรับ CO₂ Laser โดยทั่วไปส่วนผสมของแก๊สประกอบด้วย Carbon Dioxide (CO₂), Nitrogen (N₂) และ Helium (He) ในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามการออกแบบและ Specification ของ Laser Source แต่ละประเภท
CO₂ Laser ทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานของ CO₂ Laser เริ่มจากการให้พลังงานแก่ส่วนผสมของแก๊สภายในระบบ โดยทั่วไปผ่าน Electrical Discharge ทำให้โมเลกุลของ Nitrogen (N₂) ได้รับพลังงานและสามารถถ่ายเทพลังงานไปยังโมเลกุลของ Carbon Dioxide (CO₂)
เมื่อโมเลกุล CO₂ อยู่ในระดับพลังงานที่เหมาะสม จะเกิดกระบวนการ Stimulated Emission และปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของ Photon จากนั้นแสงจะถูกขยายภายใน Laser Resonator จนเกิดเป็นลำแสง Laser ที่มีความเข้มสูง
สำหรับ CO₂ Laser เส้นการปล่อยรังสีที่สำคัญและใช้กันอย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรมอยู่ในช่วง Infrared โดยมีความยาวคลื่นหลักบริเวณ 10.6 µm (ไมโครเมตร) ซึ่งเป็นรังสีที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลำแสงดังกล่าวสามารถนำไปควบคุมและโฟกัสพลังงานลงบนพื้นที่ขนาดเล็กของชิ้นงาน จึงเหมาะสำหรับกระบวนการต่าง ๆ เช่น การตัด การแกะสลัก และการแปรรูปวัสดุด้วย Laser
ดังนั้น ในระบบ CO₂ Laser คุณสมบัติของ Laser Gas Mixture ทั้งชนิดของแก๊ส สัดส่วน ความบริสุทธิ์ และสิ่งปนเปื้อน จึงเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพและความเสถียรของ Laser Source โดยควรเลือก Gas Specification ให้ตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิตเครื่องแต่ละรุ่น

CO₂ Laser ใช้แก๊สอะไรบ้าง?
สำหรับ CO₂ Laser ส่วนผสมของแก๊สที่ใช้ในการสร้างลำแสง หรือที่เรียกว่า Laser Gas / Lasing Gas Mixture โดยทั่วไปประกอบด้วยแก๊สหลัก 3 ชนิด ได้แก่ Carbon Dioxide (CO₂), Nitrogen (N₂) และ Helium (He) โดยแก๊สแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกันในกระบวนการสร้างลำแสง Laser
สัดส่วนและความบริสุทธิ์ของแก๊สที่ใช้จะแตกต่างกันตามการออกแบบของ Laser Source และข้อกำหนดของผู้ผลิตเครื่องแต่ละรุ่น
1. Carbon Dioxide (CO₂) – แก๊สหลักในการสร้างลำแสง Laser
Carbon Dioxide (CO₂) เป็น Active Laser Medium ที่สำคัญของ CO₂ Laser โดยโมเลกุล CO₂ ที่ได้รับการถ่ายเทพลังงานจะเข้าสู่ระดับพลังงานที่เหมาะสม และเกิดการปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของรังสีอินฟราเรดผ่านกระบวนการ Stimulated Emission
CO₂ Laser มีเส้นการปล่อยรังสีที่สำคัญบริเวณความยาวคลื่น 10.6 µm และสามารถสร้าง Laser Output ที่มีกำลังสูง จึงถูกนำมาใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น Laser Cutting, Laser Engraving และการแปรรูปวัสดุ
อย่างไรก็ตาม แม้ CO₂ จะไม่ได้จัดเป็น Toxic Gas เช่นเดียวกับ Carbon Monoxide (CO) แต่ CO₂ ในความเข้มข้นสูงสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ จึงยังต้องมีการควบคุมการใช้งานและการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
2. Nitrogen (N₂) – ช่วยถ่ายเทพลังงานให้ CO₂
Nitrogen (N₂) มีบทบาทสำคัญในการถ่ายเทพลังงานให้กับโมเลกุล CO₂
เมื่อ N₂ ได้รับพลังงานจากการกระตุ้นทางไฟฟ้า โมเลกุล N₂ จะเข้าสู่สถานะพลังงานสูง และสามารถถ่ายเทพลังงานดังกล่าวไปยังโมเลกุล CO₂ ทำให้ CO₂ อยู่ในระดับพลังงานที่เหมาะสมสำหรับการเกิด Stimulated Emission
ด้วยเหตุนี้ Nitrogen จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของ CO₂ Laser Gas Mixture และช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพของกระบวนการสร้างลำแสง Laser
3. Helium (He) – ช่วยถ่ายเทความร้อนและรักษาประสิทธิภาพของระบบ
Helium (He) มีคุณสมบัติในการนำความร้อนที่ดี จึงมีส่วนช่วยถ่ายเทความร้อนออกจาก Gas Mixture ภายในระบบ
นอกจากนี้ Helium ยังมีบทบาทช่วยให้โมเลกุล CO₂ กลับสู่ระดับพลังงานที่ต่ำลงหลังจากการปล่อยพลังงาน ทำให้สามารถรักษากระบวนการสร้างลำแสงให้ดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยบทบาทที่แตกต่างกันของแก๊สทั้งสามชนิด CO₂ + N₂ + He จึงเป็นส่วนผสมพื้นฐานที่พบได้ใน CO₂ Laser หลายประเภท
แล้ว CO, H₂ และ Xe ใช้ใน Laser Gas หรือไม่?
นอกจาก CO₂, N₂ และ He แล้ว ยังมีแก๊สอีกหลายชนิดที่ถูกนำมาใช้ใน Gas Laser และ Laser Technology บางประเภท แต่ไม่ควรถือว่าเป็นส่วนประกอบมาตรฐานของ CO₂ Laser Gas ทุกระบบ
Carbon Monoxide (CO)
Carbon Monoxide (CO) สามารถใช้เป็น Active Medium ใน CO Laser ซึ่งเป็น Gas Laser อีกประเภทหนึ่งที่แตกต่างจาก CO₂ Laser และสามารถสร้างรังสีในช่วง Infrared ได้
ดังนั้น CO ไม่ควรถูกระบุโดยทั่วไปว่าเป็นแก๊สที่เติมเข้าไปใน CO₂ Laser เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือทำให้ลำแสงมีความเสถียรมากขึ้น เว้นแต่ผู้ผลิต Laser Source จะกำหนดไว้สำหรับระบบนั้นโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ CO เป็น Toxic Gas จึงต้องมีมาตรการควบคุมด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม
Hydrogen (H₂)
Hydrogen (H₂) ถูกนำมาใช้ใน Laser Technology เฉพาะบางประเภท รวมถึง Chemical Laser บางระบบ เช่น Hydrogen Fluoride (HF) Laser
อย่างไรก็ตาม H₂ ไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของ CO₂ Laser Gas Mixture ทั่วไป และเนื่องจาก Hydrogen เป็นแก๊สไวไฟ การนำไปใช้ต้องพิจารณาความปลอดภัยและข้อกำหนดของระบบโดยเฉพาะ
Xenon (Xe)
Xenon (Xe) เป็น Noble Gas ที่ถูกนำมาใช้ใน Laser Technology หลายรูปแบบ เช่น ระบบ Excimer Laser บางประเภท รวมถึงระบบ Laser เฉพาะทางอื่น ๆ ที่ต้องการคุณสมบัติของรังสีหรือความยาวคลื่นเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม Xenon ไม่ได้เป็นส่วนประกอบมาตรฐานของ CO₂ Laser Gas Mixture
สรุป CO₂ Laser Gas ประกอบด้วยแก๊สอะไร?
สำหรับ CO₂ Laser Gas แก๊สหลักที่ควรให้ความสำคัญคือ
CO₂ → เป็น Active Laser Medium และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างรังสี Laser
N₂ → รับและถ่ายเทพลังงานไปยังโมเลกุล CO₂
He → ช่วยในการถ่ายเทพลังงานและความร้อน รวมถึงช่วยให้ระบบสามารถรักษากระบวนการสร้างลำแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนแก๊สอื่น เช่น CO, H₂ หรือ Xe มีการใช้งานใน Laser Technology บางประเภท แต่ไม่ควรถือว่าเป็นส่วนประกอบมาตรฐานของ CO₂ Laser
ดังนั้น ก่อนเลือก Laser Gas Mixture ควรตรวจสอบ ชนิดของ Laser Source, สัดส่วนแก๊ส (Gas Concentration), ความบริสุทธิ์ (Purity) และข้อกำหนดด้าน Impurities ตาม Specification ของผู้ผลิตเครื่อง Laser แต่ละรุ่น
สัดส่วนของ CO₂, N₂ และ He ใน Laser Gas ต้องเป็นเท่าไร?
สัดส่วนของแก๊สใน CO₂ Laser Gas Mixture ไม่มีอัตราส่วนเดียวที่สามารถใช้ได้กับเครื่อง Laser ทุกประเภท เนื่องจากขึ้นอยู่กับ การออกแบบของ Laser Source, กำลังของเครื่อง, ระบบกระตุ้นแก๊ส และ Specification ที่ผู้ผลิตกำหนด
โดยส่วนผสมหลักของ CO₂ Laser โดยทั่วไปประกอบด้วย Carbon Dioxide (CO₂), Nitrogen (N₂) และ Helium (He) ซึ่งแก๊สแต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันในกระบวนการสร้างลำแสง Laser
ดังนั้น การกำหนดสัดส่วนของ CO₂ : N₂ : He ควรอ้างอิงจาก Gas Specification ของผู้ผลิต Laser Source มากกว่าการใช้อัตราส่วนมาตรฐานเพียงค่าเดียว เพราะการใช้ส่วนผสมที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความเสถียรของ Laser Output และอายุการใช้งานของระบบ
ทำไมความบริสุทธิ์ของ Laser Gas จึงสำคัญ?
นอกจากสัดส่วนของแก๊สแล้ว ความบริสุทธิ์ (Gas Purity) และปริมาณสิ่งปนเปื้อน (Impurities) ใน Laser Gas ก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำงานของระบบ
สิ่งปนเปื้อน เช่น Moisture (H₂O), Oxygen (O₂) และสารปนเปื้อนอื่น ๆ อาจส่งผลต่อคุณสมบัติของ Gas Discharge ประสิทธิภาพ และความเสถียรในการทำงานของ Laser Source
สำหรับค่าความชื้นหรือ H₂O Content ไม่ควรกำหนดว่า “ต้องไม่เกิน 5 ppm” สำหรับ CO₂ Laser ทุกระบบ เนื่องจากข้อกำหนดด้าน Impurities แตกต่างกันตามผู้ผลิตและประเภทของ Laser Source
หากผู้ผลิตกำหนด เช่น H₂O ≤ 5 ppm จึงควรเลือก Laser Gas ที่สามารถควบคุมและรับรองค่าความชื้นให้อยู่ภายใน Specification ดังกล่าว
Laser Gas Mixture สามารถกำหนดส่วนผสมเฉพาะได้หรือไม่?
Laser Gas สามารถจัดเตรียมในรูป Pre-mixed Gas ซึ่งผสมแก๊สตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือจัดทำเป็น Custom Gas Mixture ตาม Specification ของเครื่องและกระบวนการใช้งาน
ก่อนเลือก Laser Gas ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชนิดของแก๊ส (Gas Composition), สัดส่วนของแก๊ส (Concentration), ความบริสุทธิ์ (Purity), ค่า Impurities รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิต Laser Source
สำหรับ Gas Laser ประเภทอื่น ส่วนผสมของแก๊สจะแตกต่างจาก CO₂ Laser เช่น He-Ne Laser ซึ่งใช้ Helium และ Neon เป็นแก๊สหลัก ขณะที่ Excimer Laser ใช้ Gas Mixture ที่แตกต่างกันตามชนิดของ Excimer และความยาวคลื่นที่ต้องการ
ดังนั้น การเลือก Laser Gas หรือ Lasing Gas Mixture ที่เหมาะสมจึงไม่ควรพิจารณาเพียงชนิดของแก๊ส แต่ต้องพิจารณาทั้ง Composition, Concentration, Purity และ Impurity Specification ให้ตรงกับข้อกำหนดของ Laser Source แต่ละระบบ
ตัวอย่าง เลเซอร์แก๊สแบบสำเร็จรูป (prepackaged)
|
ชื่อแก๊ส |
Components (ส่วนผสม) |
||||||
|
Xenon |
O2 |
CO |
H2 |
CO2 |
N2 |
Helium |
|
|
TIGCS Laser Gases 1 |
|
|
|
|
5.50% |
29% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 2 |
|
|
|
|
3.14% |
31.40% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 3 |
|
|
|
|
15.60% |
3.40% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 4 |
|
|
|
|
4.50% |
13.50% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 5 |
|
|
|
|
1.70% |
23.40% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 6 |
|
|
|
|
6% |
20% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 7 |
|
|
|
|
5% |
35% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 8 |
|
|
|
|
5% |
29% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 9 |
|
|
|
|
4% |
26% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 12 |
|
|
|
|
5% |
balance |
40% |
|
TIGCS Laser Gases 13 |
|
|
|
|
5% |
25% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 14 |
|
|
2% |
|
8% |
8% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 15 |
|
|
4% |
|
6% |
balance |
28% |
|
TIGCS Laser Gases 16 |
|
|
4% |
|
8% |
16% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 17 |
|
|
|
0.25% |
7.50% |
15% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 18 |
|
|
4% |
0.50% |
6% |
16% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 19 |
|
|
3% |
0.30% |
7% |
13% |
balance |
|
TIGCS Laser Gases 20* |
3% |
3% |
6% |
|
4% |
19% |
balance |
TIGCS สามารถจัดหา Laser Gas Mixture แบบใดได้บ้าง?
TIGCS สามารถจัดหา Laser Gas Mixture สำหรับ CO₂ Laser ได้ทั้งแบบ ส่วนผสมสำเร็จรูป (Pre-mixed Gas) และแบบ กำหนดส่วนผสมตามความต้องการ (Custom Gas Mixture) เพื่อรองรับ Specification ของ Laser Source แต่ละประเภท
ลูกค้าสามารถระบุ ชนิดของแก๊ส สัดส่วนหรือความเข้มข้น (Concentration) ความบริสุทธิ์ (Purity) และข้อกำหนดด้าน Impurities ตาม Specification ที่ผู้ผลิตเครื่อง Laser กำหนด เพื่อให้ Gas Mixture เหมาะสมกับระบบและ Application ที่ใช้งาน
จาก Laser Gas สู่ Laser Cutting
หลังจาก Laser Source สร้าง ลำแสงเลเซอร์ (Laser Beam) แล้ว ลำแสงจะถูกส่งผ่านระบบ Optical และโฟกัสด้วย Focusing Lens ไปยังตำแหน่งที่ต้องการตัดบนชิ้นงาน
การรวมพลังงานของ Laser Beam ลงบนพื้นที่ขนาดเล็กทำให้เกิด ความหนาแน่นของพลังงาน (Power Density) สูง ส่งผลให้วัสดุบริเวณดังกล่าวได้รับความร้อนอย่างรวดเร็วจนเกิดการหลอมเหลว การระเหย หรือเกิดปฏิกิริยาที่ช่วยในการตัด ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุและกระบวนการ Laser Cutting ที่ใช้
เมื่อ Laser Head เคลื่อนที่ไปตามแนวที่กำหนด กระบวนการดังกล่าวจะสร้างช่องตัดที่เรียกว่า Kerf หรือ Cut Kerf
Assist Gas คืออะไร และทำไม Laser Cutting ต้องใช้แก๊สช่วย?
ในการตัดด้วย Laser นอกจากพลังงานจาก Laser Beam แล้ว อีกองค์ประกอบสำคัญคือ Assist Gas หรือ Cutting Gas ซึ่งถูกจ่ายผ่าน Nozzle บริเวณหัวตัดไปยังพื้นที่ที่ Laser กำลังทำงาน
หน้าที่สำคัญของ Assist Gas คือ ช่วยเป่าวัสดุที่หลอมเหลวออกจากร่องตัด (Kerf) ทำให้ Laser สามารถสร้างแนวตัดต่อเนื่องและช่วยควบคุมคุณภาพของขอบชิ้นงาน
Assist Gas บางชนิดยังมีบทบาทเพิ่มเติมต่อกระบวนการตัด เช่น Oxygen (O₂) สามารถเกิดปฏิกิริยา Oxidation กับโลหะบางชนิดและให้พลังงานความร้อนเพิ่มเติมแก่กระบวนการ จึงนิยมใช้ในการตัด Carbon Steel หรือ Mild Steel ในหลาย Application
ในทางกลับกัน Nitrogen (N₂) ทำหน้าที่หลักในการเป่าวัสดุหลอมเหลวออกจาก Kerf พร้อมช่วยลดการเกิด Oxidation บริเวณขอบตัด จึงนิยมใช้กับวัสดุที่ต้องการ ขอบตัดสะอาดและมี Oxide Layer ต่ำ เช่น Stainless Steel และ Aluminum รวมถึงวัสดุอื่นตามความเหมาะสมของกระบวนการ
ดังนั้น Laser Gas และ Assist Gas จึงทำหน้าที่แตกต่างกัน
Laser Gas / Lasing Gas → เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างลำแสงภายใน Gas Laser Source
Assist Gas / Cutting Gas → ใช้ในกระบวนการตัด เพื่อช่วยกำจัดวัสดุออกจาก Kerf และควบคุมลักษณะหรือคุณภาพของแนวตัด
การเลือก Assist Gas ที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้ง ชนิดของวัสดุ ความหนาของชิ้นงาน Laser Power ความเร็วในการตัด และคุณภาพของขอบตัดที่ต้องการ

โดยปกติเราจะใช้แก๊สช่วย (Assist gas) เช่น แก๊สไนโตรเจน(Nitrogen) หรือ แก๊สออกซิเจน(Oxygen) ในการตัดชิ้นงานขึ้นอยู่กับชนิดของชิ้นงาน ความหนา และปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้
Nitrogen และ Oxygen ต่างกันอย่างไรในการ Laser Cutting?
การเลือก Assist Gas มีผลต่อทั้งความเร็วในการตัด คุณภาพของขอบตัด การเกิด Oxidation และต้นทุนการใช้งาน โดยแก๊สที่นิยมใช้ในกระบวนการ Laser Cutting ได้แก่ Nitrogen (N₂) และ Oxygen (O₂)
Assist Gas – Nitrogen (N₂)
Nitrogen (N₂) นิยมใช้เป็น Assist Gas สำหรับงาน Laser Cutting ที่ต้องการ ขอบตัดสะอาดและลดการเกิด Oxidation โดยเฉพาะการตัด Stainless Steel และ Aluminum รวมถึงสามารถใช้กับ Carbon Steel หรือ Mild Steel ได้ในบาง Application
Nitrogen ทำหน้าที่หลักในการ เป่าวัสดุหลอมเหลวออกจากร่องตัด (Kerf) โดยไม่ทำปฏิกิริยา Oxidation กับโลหะในลักษณะเดียวกับ Oxygen จึงช่วยให้บริเวณขอบตัดมี Oxide Layer ต่ำ
ในหลายระบบ การตัดด้วย Nitrogen ต้องใช้ แรงดันและอัตราการไหลของแก๊สค่อนข้างสูง เพื่อให้สามารถขับโลหะหลอมเหลวออกจาก Kerf ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ Laser Power, ชนิดและความหนาของวัสดุ, Nozzle Diameter, Cutting Speed และการออกแบบของ Laser Cutting Head
ข้อดีสำคัญของ Nitrogen คือคุณภาพของขอบตัดที่สะอาดและลดการเกิด Oxidation จึงเหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการคุณภาพผิวสูง หรือต้องนำไปผ่านกระบวนการผลิตขั้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบาง Application ต้องใช้ Nitrogen ในปริมาณมาก ต้นทุนด้าน Assist Gas จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาในการออกแบบระบบจ่ายแก๊ส
Assist Gas – Oxygen (O₂)
Oxygen (O₂) นิยมใช้เป็น Assist Gas สำหรับการตัด Carbon Steel หรือ Mild Steel
ความแตกต่างสำคัญจาก Nitrogen คือ Oxygen ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป่าวัสดุออกจาก Kerf แต่ยังเกิด Exothermic Oxidation Reaction กับโลหะ ซึ่งให้พลังงานความร้อนเพิ่มเติมแก่กระบวนการตัด
ด้วยเหตุนี้ Oxygen จึงสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการตัด Carbon Steel โดยเฉพาะใน Application และช่วงความหนาที่เหมาะสมกับกระบวนการ
โดยทั่วไป Oxygen ใช้ แรงดันแก๊สต่ำกว่า Nitrogen และมีความต้องการอัตราการไหลของแก๊สน้อยกว่าในหลาย Application อย่างไรก็ตาม ค่าความดันและ Flow Rate ที่เหมาะสมต้องกำหนดตาม Cutting Parameter ของเครื่องแต่ละระบบ
ข้อควรพิจารณาคือการใช้ Oxygen ทำให้เกิด Oxide Layer บริเวณขอบตัด ซึ่งอาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องการผิวตัดที่ปราศจาก Oxide หรืออาจต้องมีขั้นตอนเตรียมผิวเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่กระบวนการถัดไป เช่น การพ่นสีหรือการเคลือบผิว
Nitrogen หรือ Oxygen เลือก Assist Gas แบบไหนดี?
การเลือก Assist Gas ควรพิจารณาจาก ชนิดของวัสดุ ความหนา คุณภาพของขอบตัดที่ต้องการ ความเร็วในการผลิต และต้นทุนของแก๊ส
| ปัจจัย | Nitrogen (N₂) | Oxygen (O₂) |
|---|---|---|
| วัสดุที่นิยมใช้ | Stainless Steel, Aluminum และวัสดุที่ต้องการลด Oxidation | Carbon Steel / Mild Steel |
| หลักการทำงาน | เป่าโลหะหลอมเหลวออกจาก Kerf | เป่าโลหะออก + เกิด Exothermic Oxidation |
| Oxide ที่ขอบตัด | ต่ำ | มี Oxide Layer |
| ความดันแก๊ส | โดยทั่วไปค่อนข้างสูง | โดยทั่วไปต่ำกว่า N₂ |
| Gas Consumption | อาจสูงในหลาย Application | โดยทั่วไปต่ำกว่า N₂ |
| จุดเด่น | ขอบตัดสะอาด ลด Oxidation | เพิ่มพลังงานความร้อนในการตัด Carbon Steel |
ดังนั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า Nitrogen หรือ Oxygen ตัวใดดีกว่ากันในทุกกรณี แต่ควรเลือกให้เหมาะกับ Material และ Cutting Requirement ของแต่ละงาน
เลือกระบบแก๊สสำหรับ Laser Cutting อย่างไร?
เพื่อให้กระบวนการ Laser Cutting ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องพิจารณาทั้งแก๊สที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Laser Beam และแก๊สที่ใช้ในกระบวนการตัด
สำหรับระบบ CO₂ Laser ที่ต้องใช้แก๊สจากภายนอก อาจประกอบด้วย Laser Gas / Lasing Gas เช่น CO₂, N₂ และ He ตาม Specification ของ Laser Source ขณะที่กระบวนการตัดจะใช้ Assist Gas เช่น Nitrogen หรือ Oxygen ตามชนิดของวัสดุและคุณภาพการตัดที่ต้องการ
การออกแบบระบบจ่ายแก๊สจึงควรพิจารณาจาก ชนิดของเครื่อง Laser, Laser Power, ชนิดและความหนาของวัสดุ, Cutting Speed, Gas Pressure, Flow Rate และปริมาณการผลิต เพื่อเลือกรูปแบบการจ่ายแก๊สและขนาดระบบให้เหมาะสม
ไม่ควรกำหนดว่า Laser Cutting สามารถตัดวัสดุได้สูงสุด 40 mm เป็นค่าทั่วไป เนื่องจากความสามารถในการตัดขึ้นอยู่กับ Laser Technology, Laser Power, Material, Assist Gas และ Cutting Parameter ของเครื่องแต่ละรุ่น
TIGCS สามารถให้คำแนะนำในการเลือก Laser Gas, Gas Mixture และ Assist Gas รวมถึงการออกแบบระบบจ่ายแก๊ส ให้เหมาะสมกับ Specification ของเครื่องและลักษณะการใช้งานของแต่ละกระบวนการ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้า โทร.02-348-0541 LINE ID : @TIGCS

